Please wait, loading...

ร้านชุดไทยพาหุรัดดอทคอม

สาขาพระราม9 วันจันทร์- เสาร์ เปิดบริการตั้งแต่เวลา 9:00 - 18:00 น. 

และในอาทิตย์ เวลา 12:00 - 18:00  Line@ : @phahurat (สาขาพระรามเก้า) 

สาขาเดอะมอลล์งามวงศ์วาน ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 โซนด้านหน้า ตรงข้ามร้านบ้านก๋วยเตี๋ยว วันจันทร์-ศุกร์ เปิดบริการตั้งแต่เวลา 11:00 - 20:30 น. และในวันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 10:00 - 20:30 น. ซึ่งจะเปิดบริการทุกวันรวมทั้งวันนักขัตฤกษ์ ติดต่อ-สอบถาม สาขาเดอะมอลล์งามวงศ์วานในเวลาทำการ ได้ที่ เบอร์ 02-550-1088, 097-131-6255 Line : phahurat.com2 ค่ะ

*** สำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อผ่านหน้าเว็บไซต์ สินค้าจะทำการจัดส่งโดยสาขาพระราม 9 ค่ะ ***

**โปรดตรวจสอบค่าจัดส่ง และเช็คสินค้าในสต๊อกสินค้าก่อนทำการสั่งสินค้าและชำระเงิน ** 

* ทางร้านจำหน่ายอย่างเดียว ไม่มีเช่าค่ะ *



post thumbnail

!!!! ชุดไทยที่หายไป !!!! บอกเล่าเรื่องราวของปัจจัยที่มีผลต่อชุดไทย

หากใครสักคนจะใส่ชุดโจงกระเบนห่มผ้าสไบเฉียงออกไปเดินช๊อปปิ้ง Paragon สยามสแควร์ หรือใส่ออกไปขึ้นรถเมลล์ไปทำงาน คงต้องใช้ความกล้าและความมั่นใจมหาศาลแน่ๆ
 และสิ่งที่คุณจะต้องประสบคือสายตาของคนรอบข้างที่จะมีทั้งชื่นชมและไม่ชื่นชมอาจถึงขั้นถูกมองเป็นตัวประหลาด 
นั้นเพราะชุดไทยในปัจจุบันนั้นแทบจะไม่ถูกใช้เป็นเครื่องแต่งกายในชีวิตประจำวันของคนไทย(โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ) เกิดจากเหตุผลหลักๆสองประการ

1.อิทธิพลของวัฒนธรรมต่างชาติที่เข้ามามีผลกับคนไทย
2.การสะดุดทางวัฒนะธรรมครั้งใหญ่ของไทยในช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครองสมัยจอมพล ป.

จอมพล แปลก พิบูลสงคราม เป็นผู้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม ประเพณี และการใช้ชีวิตของคนไทยอย่างมากให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เพื่อให้เกิดความทันสมัย
หากจะย้อนกลับไปในช่วงเวลานั้น สภาพบ้านเมืองของไทยหากเปรียบเทียบกับชาติตะวันตกประเทศสยามยังดูล้าหลังอยู่มาก ดังนั้นในยุคที่จอมพล ป.เป็นนายกรัฐมนตรีจึงมีนโนบายสำคัญที่คือ การมุ่งพัฒนาประเทศให้มีความเจริญรุ่งเรืองทัดเทียมนานาอารยประเทศ มีการปลุกระดมให้คนไทยรู้สึกรักชาติ โดยออกเป็นประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย "รัฐนิยม" หลายอย่างซึ่งบางอย่างได้ประกาศเป็นกฏหมายในภายหลัง หลายอย่างกลายเป็นวัฒนธรรมของชาติ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียบประเพณีอย่างรุนแรง เพื่อทำให้ประเทศดูมีอารยมากขึ้นมีการจัดระเบียบการดำเนินชีวิตของคนไทยเสียใหม่ให้เป็นแบบอารยประเทศ

- เช่น การรำวง,ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย
- เปลี่ยนชื่อประเทศจาก "สยาม"เป็น"ไทย"
- ใช้คำว่าไทย กับคนไทย และสัญชาติไทย
- เปลี่ยน "เพลงชาติไทย" มาเป็นอย่างที่ใช้ในปัจจุบั
- มีคำขวัญ "เชื่อผู้นำพ้นภัย" หรือ "ท่านผู้นำไปไหนฉันไปด้วย" และ "ไทยอยู่คู่ฟ้า"
- กำหนดวันที่ 24 มิ.ย. ซึ่งตรงกับวันเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็น "วันชาติไทย" เริ่มปี 2482
- เปลี่ยนวันปีใหม่จาก 1 เมษายนเป็นวันที่ 1 มกราคม ทำให้ในปี พ.ศ.2483 ของไทยมีแค่ 9 เดือน
- ให้ยืนเคารพธงชาติพร้อมกันทั่วประเทศ 8:00น.และขักธงชาติลง 18:00 น.
- ข้าราชการแต่งเครื่องแบบ
- ราษฏรทั่วไปผู้ชายสวมเสื้อคอปิด นุ่งกางเกงขายาว สวมหมวกปีก สวมถุงเท้า รองเท้า (ในสมัยนั้นคนไทยผู้ชายมักไม่ใส่เสื้อ นอกจากผู้มีฐานะหรือผู้มีการศึกษา)
- ผู้หญิง สวมเสื้อนอกคลุมไหล่ นุ่งผ้าถุง ห้ามนุ่งโจงกระเบน (ขณะนั้นผู้หญิงมักสวมผ้าแถมคาดอก เวลาออกจากบ้านอาจมีการใช้สไบพันเพิ่มคุลมไหล่ไว้ข้างหนึ่ง และนุ่งโจงกระเบน)
- หากผู้หญิงคนใดไม่ใส่หมวกออกจากบ้านจะถูกตำรวจจับและปรับ
- การแต่งกายไว้ทุกข์ในงานศพ ผู้ชายใช้เสื้อสีขาว กางเกงขายาวขาว ผ้าผูกคอสีดำที่แขนเสื้อด้านซ้ายสวมรองเท้าดำ ถุงเท้าดำ ผู้หญิงให้แต่งชุดดำล้วน
- การรับประทานให้ใช้ช้อนซ้อมแทนการใช้มือเปิบ
- ห้ามกินหมากโดยเด็ดขาด
- งดใช้พยัญชนะ 13 ตัวที่ออกเสียงซ้ำซ้อนกันเพื่อให้ภาษาไทยง่ายต่อการเรียนรู้และเข้าใจสำหรับคนต่างชาติมากขึ้น พยัญชนะเหล่านั้นได้แก่ ฃ ฅฒ ญ ฏ ฎ ฐ ฑ ฌ ศ ษ ฬ ตัดสระออก 5 ตัว ฤ ฤา ฦา ใ แต่ในสมัยนายกรัฐมนตรีท่านต่อมาก็ได้นำกลับมาใช้ใหม่ทั้งหมด
- ยกเลิกบรรดาศักดิ์ เช่น เจ้าพระยา พระยา พระ หลวง ขุน ให้ใช้ชื่อนามสกุลแทน
- การตั้งชื่อบุคคลต้องให้เหมาะสมกับเพศ และมีความยาวไม่เกินสามพยางค์
- ให้ข้าราชการกล่าวคำว่า "สวัสดี" ในโอกาสแรกที่พบกัน
- มีการวางระเบียบในการใช้คำแทนชื่อเป็นมาตราฐานได้แก่ ฉัน ท่าน เรา

จากการมุ่งพัฒนาประเทศในแนวทางนี้ทำให้ "ไทย" พัฒนาเจริญมาสู่ปัจจุบัน การได้มาซึ่งสิ่งหนึ่งย่อมต้องแลกมาด้วยอีกสิ่งหนึ่ง โจงกระเบน ผ้าแถบ และเครื่องแต่งกายของคนไทยหลากหลายแบบก็ได้หายไปจากสังคมไทย มากไปกว่านั้นยังได้สร้างรอยในจิตใต้สำนึกของคนรุ่นต่อๆมา 

ทำให้รู้สึกว่าชุดไทยและวัฒนธรรมแบบไทยๆเป็นเรื่องล้าหลังเป็นเรื่องไม่ทันสมัยและ "เชย" คนไทยในปัจจุบันจึงไม่นิยมใส่ชุดไทยในชีวิตประจำวันไม่เหมือน กิโมโน (kimono)ของประเทศญี่ปุ่น ที่คนญี่ปุ่นทุกวัยสามารถสวมใส่ใช้ในชีวิตปกติได้แฟชั่นยุคใหม่สามารถอยู่ร่วมกับชุดประจำชาติในแบบดั้งเดิม 
หรือเหมือนชุดอ่าวหญ่าย (Ao dai) ที่เป็นชุดประจำชาติของประเทศเวียดนาม ที่ปัจจุบันก็ยังใช้สวมใส่ได้จริงและเป็นที่นิยม

ในความรู้สึกส่วนตัวของผม ผมเชื่อว่ามีคนอีกไม่น้อยที่หลงใหลในเสน่ห์ของมรดกทางวัฒนธรรมนี้เหมือนผม และพร้อมจะช่วยผลักดันให้ชุดไทยกลับมาสวมใส่ได้จริงในสังคม คงต้องใช้แรง เวลา และความร่วมมือจากคนมากมายหากจะให้ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นได้จริง

 ทั้งฝั่งผู้ผลิตชุดไทยต้องสามารถปรับให้ชุดไทยเหมาะกับการใช้งานจริงมากขึ้น รัฐบาลและกลุ่มต่างๆเพื่อสร้างค่านิยมใหม่ในสังคม และส่วนสำคัญที่สุดคือฝั่งประชาชนคนไทยนี่แหละ ที่จะเป็นผู้หยิบเสื้อผ้าเหล่านี้ขึ้นมาสวมใส่ ผมเองในฐานะคนเล็กๆคนนึงที่ทำชุดไทย 
ที่เกิดมาก็ได้เห็นผ้าไทย ที่กิจกรรมวัยเด็กในวันหยุดคือการช่วยคุณทวดปักสไบชุดไทย ผมจะยังคงนำเสนอชุดไทยในรูปแบบต่างๆต่อไป ทั้งแบบดั้งเดิมและในแบบที่ปรับให้เหมาะกับยุคสมัยมากขึ้น เพื่อพลักดันให้ชุดไทยถูกกลับมาสวมใส่โดย"คนไทย"มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

เขียนไว้เมื่อวันที่ 14.10.2014